|
อี.โคไล กับการเกิดโรคอุจจาระร่วง
ในปัจจุบันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อได้ก่อให้เกิดปัญหาด้านการแพทย์และสาธารณสุขเป็นอย่างมากเพราะทำให้การป้องกันทำได้ค่อนข้างยาก เชื้อจึงมีการแพร่ระบาดอย่างกว้างขวางในบางโรค อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตจำนวนมากด้วยในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อที่ก่อให้เกิดปัญหาค่อนข้างมาก ได้แก่โรคในระบบทางเดินอาหาร เพราะควบคุมได้ยากเนื่องจากสุขอนามัยในการรับประทานอาหารจะแตกต่างกันไป ในชนเชื้อชาติต่างๆดังนั้นในกลุ่มชนที่ชอบรับประทานอาหาร แบบสุก ๆ ดิบๆจะมีการแพร่ระบาดของโรคระบบทางเดินอาหารมากที่สุด
สำหรับโรคในระบบทางเดินอาหารที่พบกันมาก ได้แก่ โรคอุจจาระร่วงซึ่งจะเกิดจากจุลินทรีย์ต่างๆ เช่น อหิวาตกโรค เกิดจากเชื้อวิบริโอ คอเลรี่ (Vibrio cholerae) ไทฟอยด์ เกิดจาก ซาลโมเนลลา ไทโฟซา (Salmonella typhosa) โรคอุจจาระร่วงที่เกิดจากเชื้อ อี.โคไล (E.coli) เป็นต้น
สำหรับโรคอุจจาระร่วงที่เกิดจากอี.โคไลได้ปรากฏเป็นข่าวใหญ่เมื่อไม่นานมานี้เนื่องจากมีการแพร่ระบาดในหลายประเทศ และทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายรายโดยพบมากในผู้ป่วยที่เป็นเด็ก อายุน้อยกว่า 4 ปีหรือผู้สูงอายุเพราะมีความต้านทานโรคไม่ดีนัก
ตามปกติแล้ว อี.โคไล เป็นแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ของมนุษย์และสัตว์มีกระดูกสันหลัง เชื้อนี้จะถูกขับออกจากร่างกายพร้อมอุจจาระในขณะที่อยู่ในร่างกายจะช่วยทำประโยชน์ให้หลายด้าน โดยเฉพาะการนำกากอาหารที่ไม่ต้องการใช้มาเปลี่ยนให้เป็นวิตามินหลายชนิดรวมทั้งช่วยขัดขวางการเจริญของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคบางชนิดอีกด้วยแต่อย่างไรก็ตามยังมีอี.โคไล อีกหลายสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วงกับมนุษย์ด้วยเช่นกันโดยเฉพาะอี.โคไล โอ-157 (E.coli O-157) สำหรับการแพร่ระบาดของอี.โคไล โอ-157 นั้นได้มีในหลายประเทศแต่ที่สำคัญมีดังนี้
ในปี พ.ศ. 2525 ได้มีการแพร่ระบาดของ อี.โคไล โอ-157 (E.coli O-157) ในรัฐมิชิแกนและรัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกาโดยพบเชื้อปนเปื้อนมากับเนื้อสัตว์ที่ใช้ทำแฮมเบอร์เกอร์จนต้องมีการเก็บแฮมเบอร์เกอร์เหล่านี้กลับคืนมาเพื่อทำลายทิ้งการระบาดครั้งนี้ทำให้มีผู้ป่วยหลายราย ต่อมาได้มีการพบการแพร่ระบาดในบ้านพักคนชราของเมืองออนตาริโอ ประเทศคานาดาโดยพบเชื้อปนเปื้อนมากับอาหารพวกแซนด์วิช ทำให้มีผู้ป่วยจำนวนมากและมีผู้เสียชีวิต 19 ราย ในเดือนมีนาคม-กรกฎาคม พ.ศ.2539 ได้พบการแพร่ระบาด ของ อี.โคไล โอ-157 (E.coli O-157) ในญี่ปุ่นทำให้มีผู้ป่วย มากกว่า 1,000 คน และมีผู้เสียชีวิต 11 ราย
ในเดือนมีนาคม พ.ศ.2540 ได้มีการแพร่ระบาดของ อี.โคไล โอ-157 (E.coli O-157) ในฮ่องกง โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขฮ่องกงได้ตรวจพบการปนเปื้อนของเชื้อนี้ในเนื้อวัวที่จำหน่ายในซุปเปอร์มาเก็ตจากการสอบสวนทางระบาดวิทยาพบว่า อี.โคไล โอ-157 (E.coli O-157) มีปะปนมากับวัว ที่ส่งมาจากประเทศจีนและเมื่อนำวัวดังกล่าวมาฆ่าที่โรงฆ่าสัตว์ในฮ่องกง โดยมิได้ระมัดระวังในด้านสุขอนามัยเท่าที่ควรจึงทำให้เชื้อไม่ถูกทำลายทั้งหมดเป็นผลให้มีปนเปื้อนอยู่ในเนื้อสัตว์ที่นำไปจำหน่ายกระทรวงสาธารณสุขฮ่องกงจึงได้มีประกาศเตือนประชาชนให้นำเนื้อวัวไปให้ความร้อนที่อุณหภูมิ 75 องศาเซลเซียส หรือ 167 องศาฟาเรนไฮต์จะทำลายเชื้อนี้ได้ อย่างไรก็ตามได้เคยมีการแพร่ระบาดของเนื้อนี้ในฮ่องกงครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ.2537
อี.โคไล โอ-157 (E.coli O-157) จะเข้าสู่ร่างกายโดยการปนเปื้อน ไปกับอาหารและน้ำเชื้อจะใช้เวลาฟักตัว 1-8 วัน แต่โดยทั่วไปประมาณ 3-5 วัน เชื้อจะสร้างสารพิษทำให้เกิดอาการอุจจาระร่วง ในรายที่มีอาการรุนแรง จะมีอุจจาระร่วงบ่อยครั้งอุจจาระเป็นมูกเลือด ปวดท้อง นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการซีดเนื่องจากสารพิษของเชื้อ จะทำลายเม็ดเลือดแดง จึงเกิดภาวะไตวายได้ส่วนในผู้สูงอายุอาจเกิดภาวะเลือดออกง่าย เนื่องจากเกร็ดเลือดถูกทำลายจึงมีอาการเสียชีวิตได้ง่าย
ในด้านการป้องกันนั้น ในปัจจุบันทำได้ค่อนข้างยากเพราะการคมนาคมเป็นไปได้อย่างรวดเร็วการแพร่ระบาดของโรคจากประเทศหนึ่งไปสู่อีกประเทศหนึ่ง จึงรวดเร็วตามไปด้วยอย่างไรก็ตามการที่จะช่วยป้องกัน มิให้ติดเชื้อที่ดีที่สุดก็คือจะต้องสร้างสุขนิสัยในการรับประทานอาหาร ให้ถูกต้อง เช่นรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ดื่มน้ำที่สะอาด หรือดื่มน้ำที่ผ่านการต้มแล้วล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนรับประทานอาหาร ฯลฯ
ส่วนผู้ที่ชอบดื่มนมนั้น ก็ควรดื่มนมที่ผ่านขบวนการ ฆ่าเชื้อมาแล้ว เช่นนมปาสเจอไรซ์ นมสเตอริไรซ์หรือนมยูเอชที เป็นต้น ทั้งนี้เพราะอี.โคไลถูกทำลายได้ง่ายด้วยความร้อนโดยถูกทำลายได้ง่ายที่อุณหภูมิน้ำเดือดหรือ 100 องศาเซลเซียส ประมาณ 15 นาทีจึงทำให้อาหารที่ผ่านความร้อน มีความปลอดภัยต่อการบริโภคมาก
สำหรับในผู้ป่วยที่ปรากฏอาการอุจจาระร่วงนั้นถ้าหากอาการไม่รุนแรงนักก็ให้รับประทานน้ำดื่มเกลือแร่ (electrotytes) เพื่อทดแทนการสูญเสียน้ำ แต่ถ้าหากอาการยังไม่ทุเลาก็ต้องรีบมาพบแพทย์เพื่อให้การรักษาพยาบาลต่อไป
รศ.บัญญัติ สุขศรีงาม
|