พบว่าหลินจือมี Polysaccharide มากมายกว่า 50 ชนิด ที่สำคัญ คือ เบตากลูแคน หรือเบตา 1, 3 กลูแคน เป็นสารออกฤทธิ์สำคัญนี้
โดยองค์การอนามัยโลกยอมรับ /ยกย่องให้หลินจือเป็นกลุ่มสารธรรมชาติดัดแปลงเพื่อการตอบสนองภูมิคุ้มกัน (Biological response modifier BRM)
นอกเหนือจากฤทธิ์กระตุ้น บำรุงเม็ดเลือดขาวให้ต้านมะเร็งแล้ว Polysaccharide หรือเบต้ากลูแคน หรือbeta 1, 3 glucanหรือกลูแคนยังถูกยกย่องเป็นสารมหัศจรรย์ในด้านความงามอีกด้วย และกว่า 1,000ชิ้นงานวิจัย พบว่า กลูแคนในหลินจือมีฤทธิ์แรงกว่าสารสกัดว่านหางจรเข้มากเหนือกว่านั้นกลูแคนยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระต้านรังสีUVคือคุ้มครองเซลล์แลงเกอร์ฮาน และเนื้อเยื่อรอบบริเวณให้พ้นจากพิษรังสียูวี
นอกจากนั้นในหลินจือยังมีกลุ่มสารออกฤทธิ์ไตรเตอร์ พีนอยด์ (triterpenoid) ไปกระตุ้นกระบวนการเกิด Oxidation Reduction Potential (Redox)ภายในเซลล์ทำให้เซลล์มะเร็งถึงกาลเผาไหม้ภายใน ตายไปเองอันเป็นภาวะการณ์ที่รู้จักกันในชื่อ Apoptosis เหมือนฤทธิ์ของขมิ้นชัน)นอกจากนั้น Triterpenoid ยังช่วยลดอักเสบได้ถึงเกือบ 50%อันเป็นประสิทธิภาพเทียบเท่าสารสเตอรอยด์ ไฮโดรคอร์ติโซน ขนาด5มก.ส่งผลให้เกิดการลดบวม ลดปวดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อจากมะเร็งหรือผลเสียจากการฉายรังสีและคีโม
อีกกลุ่มสารสำคัญในหลินจือ คือ ออร์แกนิค เยอร์มาเนียม เป็นตัวปรับศักย์ไฟฟ้า ทำให้เซลล์รับ O2 ได้เพิ่มขึ้น เม็ดเลือดแดงรับ O2ได้เป็น 1.5เท่า มีผลต่อการประหยัดออกซิเจนทำให้เซลล์ปกติมีพลังเชื้อเพลิงมากในขณะที่เซลล์มะเร็งไม่ชอบออกซิเจนมีการทดสอบพิษเยอร์มาเนียมให้หนูได้รับขนาดความเข้มข้น 1,000เท่าของที่มีในเห็ดหลินจือผลนอกจากไม่พบพิษแล้ว ยังช่วยพาโลหะพิษ เช่น แคดเมียม ปรอทและสารก่อมะเร็งอื่นๆ ออกไปพร้อมกันวิธีกำจัดเซลล์มะเร็งของเยอร์มาเนียม คือ เข้าไปจับคู่กับอิเลคตรอนจากผนังเซลล์ในระยะแบ่งตัว ทำให้เซลล์แบ่งตัวต่อไม่ได้
สำหรับสารเยอร์มาเนียม ซึ่งช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งนั้นยังพบได้ในกระเทียม ว่านหางจรเข้ โสม ส่วนในเห็ดหอมชิตาเกะก็น่าจะมีด้วยโดยพบว่าหลินจือมีความเข้มข้นของสารนี้สูงสุด
ทฤษฎีประหยัดออกซิเจนที่ได้จากหลินจือ ช่วยให้อาการป่วยบนที่สูงบรรเทาหรือป้องกันได้ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศเนื่องจากมี O2เพิ่มขึ้น รวมไปถึงอาการมือสั่น เดินส่าย (พาร์กินสัน)แม้กระทั่งอาการกัดปากตัวเองบ่อยๆ ก็มี ผู้สังเกตว่าอาการดีขึ้น
สารในหลินจือยังช่วยลดอาการตับแข็ง และจับตัวเป็น ไขมันที่มีประโยชน์มากคือ แผลมะเร็ง แผลจากรังสี เม็ดเลือดขาวต่ำท้องเสียจากรังสีหรือคีโม พบว่าสารสำคัญในหลินจือ ช่วยลดอักเสบ บวม ปวด
2. สารสำคัญอีกตัวในบทบาทต้านมะเร็ง คือ น้ำมันปลา ทั้งที่เป็นกรดไขมัน ในขณะที่เราห้ามกินไขมันเพราะไปส่งเสริมสภาวะกรดที่มะเร็งชอบและเป็นปัจจัยก่อสร้างผนังเซลล์ และผนังไมโตคอนเดรีย แต่น้ำมันปลากลับเป็นสิ่งตรงข้าม
ในการประชุมของสถาบันวิจัยมะเร็งของอเมริกา ครั้งสำคัญล่าสุดในปี 2006มีการเสนองานวิจัยมากมายที่ค้นพบว่าn3ชะลอการแบ่งตัวจนหยุดการโตของเซลล์มะเร็งตับ ในหลอดทดลองรวมไปถึงมะเร็งเต้านม มะเร็งปอด ลำไส้ใหญ่ ต่อมลูกหมากในขณะที่ n6 หรือน้ำมันพืชถูกตราว่าเป็นผู้ร้ายตัวจริง
อธิบายกลไกว่า n3 เป็นตัวต้านอักเสบ และไปแย่งกระบวนการผลิตเอนไซม์ (COx) ที่เป็นตัวสนับสนุนการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง และการสร้างอักเสบร่วมกับ n6 โดย n3เป็นตัวควบคุมให้เซลล์โตตามธรรมชาติไม่ผิดเพี้ยนหรือทำลายรหัสพันธุกรรมที่ผิดเพี้ยนของเซลล์ที่ผิดปกติ (Apoptosis) พบว่า n3ระงับการสร้างเส้นเลือดใหม่ในก้อนมะเร็ง และระงับการกระจายตัวของมะเร็งไปยังที่ต่างๆ อีกทั้ง ยับยั้งการเกิดไนโตรเจนออกไซด์ (NO)ซึ่งเกิดระหว่างมีการอักเสบเรื้อรัง เป็นการป้องกัน DNA ได้รับความเสียหายจาก NOนี้